Key Takeaway
อาหารเสริมเด็กอาจไม่ได้จำเป็นสำหรับเด็กทุกคน หากเด็กกินอาหารได้หลากหลาย ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีการเจริญเติบโตตามเกณฑ์ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเสริมวิตามินเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เช่น เด็กกินยาก เด็กที่เลือกกินมาก หรือเด็กที่มีข้อจำกัดด้านอาหาร อาจพิจารณาอาหารเสริมเด็กหรือวิตามินเด็กเพื่อช่วยเสริมโภชนาการได้ สิ่งสำคัญคือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับช่วงวัย ดูปริมาณสารอาหารบนฉลาก และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้การใช้วิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับโภชนาการในชีวิตประจำวัน
Table of Content
- เช็กก่อนซื้อ ลูกคุณต้องการอาหารเสริมเด็กจริงไหม ?
- ลูกกินอาหารครบ 5 หมู่หรือไม่ ?
- มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์วัยหรือเปล่า ?
- พลังงานในชีวิตประจำวันปกติไหม ?
- กลุ่มเด็กที่อาจต้องพิจารณาเรื่องอาหารเสริมเด็ก
- ถ้าจะซื้ออาหารเสริมเด็ก ควรดูอะไรบ้าง ?
- อายุเด็กที่ระบุบนฉลาก
- ปริมาณสารอาหารต่อวัน
- แหล่งที่มาและมาตรฐาน
- ส่วนประกอบในอาหารเสริมเด็กที่ควรพิจารณา
- คาร์โนซีน (Carnosine)
- วิตามินบี 12 (Vitamin B12)
- วิตามินบี 6 (Vitamin B6)
- ดีเอชเอ (DHA)
- ลูทีน (Lutein)
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารเสริมเด็ก (FAQs)
- Q : เด็กไม่กินผักเลย ควรให้วิตามินเด็กแทนได้ไหม ?
- Q : ควรให้วิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กช่วงเวลาไหนของวันดีที่สุด ?
- Q : ถ้าเด็กกินอาหารได้น้อยช่วงเปิดเทอม ควรให้วิตามินเพิ่มไหม ?
เช้าวันธรรมดาที่รีบเร่ง เด็กบางคนอาจออกจากบ้านทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวไม่หมด หรือกล่องข้าวกลางวันกลับมาพร้อมอาหารที่แทบไม่พร่อง ขนมถุงน้อยใหญ่กลายเป็นมื้อหลักโดยไม่รู้ตัว ภาพเหล่านี้คือเรื่องปกติของหลายครอบครัวในยุคที่ตารางชีวิตแน่นกว่าที่เคยเป็น แต่พอถึงจุดหนึ่ง คำถามต่างๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจคนเป็นพ่อแม่
“ลูกจะได้รับสารอาหารพอไหม ?”
“กินแบบนี้จะโตดีหรือเปล่า ?”
“ถ้าไม่ค่อยกินข้าวแบบนี้ ต้องหาอะไรมาเสริมดีไหม ?”
และนั่นคือจุดที่อาหารเสริมเด็กไม่กินข้าวเริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมที่เด็กป่วยง่าย เหนื่อยง่าย และต้องใช้ทั้งความคิด พลังกาย และพลังใจมากขึ้นเป็นพิเศษ
เช็กก่อนซื้อ ลูกคุณต้องการอาหารเสริมเด็กจริงไหม ?
ก่อนจะตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเด็ก สิ่งแรกที่ควรทำคือการประเมินสุขภาพและพฤติกรรมของลูกก่อนว่า จริงๆ แล้วพวกเขาจำเป็นต้องเสริมวิตามินเด็กหรือไม่ หากยังไม่แน่ใจหรือมีข้อกังวลเกี่ยวกับโภชนาการของลูก การปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเด็กจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยมากยิ่งขึ้น
ลูกกินอาหารครบ 5 หมู่หรือไม่ ?
เด็กที่กินอาหารได้หลากหลาย เช่น ข้าวหรือแป้ง เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผัก ผลไม้ ฯลฯ มักจะได้รับสารอาหารพื้นฐานที่ค่อนข้างครบอยู่แล้ว หากเด็กกินอาหารเหล่านี้ได้เป็นประจำ โอกาสขาดสารอาหารสำคัญก็จะลดลง และในหลายกรณี การปรับพฤติกรรมการกิน เช่น การเพิ่มผักผลไม้หรือจัดเมนูให้หลากหลาย อาจช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารเพียงพอโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งวิตามินเด็กเพิ่มเติม
มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์วัยหรือเปล่า ?
การเจริญเติบโตเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของเด็กได้ดีอย่างหนึ่ง หากเด็กมีน้ำหนักตามเกณฑ์ ส่วนสูงเติบโตต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณของภาวะขาดสารอาหาร โดยทั่วไปเด็กกลุ่มนี้มักจะได้รับสารอาหารเพียงพอจากอาหารหลักอยู่แล้ว
พลังงานในชีวิตประจำวันปกติไหม ?
เด็กที่มีสุขภาพดีมักจะมีพฤติกรรมตามวัย เช่น เล่นซนตามปกติ มีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงมีสมาธิและสามารถเรียนรู้ได้ตามช่วงวัย หากเด็กมีพลังงานดี ร่าเริง และไม่แสดงสัญญาณอ่อนเพลียผิดปกติ มักหมายความว่าร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพออยู่แล้ว
กลุ่มเด็กที่อาจต้องพิจารณาเรื่องอาหารเสริมเด็ก
แม้เด็กจำนวนมากจะไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริมเด็กเป็นประจำ แต่ก็มีเด็กบางกลุ่มที่อาจต้องพิจารณาเรื่องการเสริมวิตามินเด็กเพิ่มเติม เช่น
- เด็กกินยาก เลือกกินอย่างมาก เช่น กินแต่ข้าวกับไข่ ไม่กินผักหรือผลไม้เลย ซึ่งอาจทำให้ได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอ
- เด็กแพ้อาหารหลายชนิด เช่น แพ้นมวัว แพ้ไข่ หรือแพ้อาหารทะเล ทำให้มีข้อจำกัดในการกินอาหารบางประเภท
- เด็กที่กินมังสวิรัติหรือวีแกน การงดอาหารจากสัตว์บางชนิดอาจทำให้ได้รับสารอาหารบางอย่างลดลง เช่น วิตามินบี 12 หรือธาตุเหล็ก
- เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือมีภาวะเฉพาะบางอย่าง อาจต้องได้รับการดูแลโภชนาการเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์
สรุปให้เข้าใจง่าย โดยทั่วไปแล้ว เด็กที่สุขภาพแข็งแรง กินอาหารได้หลากหลาย และเจริญเติบโตตามเกณฑ์ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องกินวิตามินหรืออาหารเสริมเป็นประจำ ดังนั้น ก่อนจะเลือกซื้อวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็ก หรือวิตามินช่วยเจริญอาหารเด็ก สิ่งสำคัญคือการประเมินความจำเป็นของลูกก่อนเสมอ
ถ้าจะซื้ออาหารเสริมเด็ก ควรดูอะไรบ้าง ?
หากคุณพ่อคุณแม่พิจารณาแล้วว่าลูกมีพฤติกรรมไม่กินข้าว หรือกินอาหารได้น้อย จนต้องมองหาตัวช่วยเพิ่มเติมอย่าง “อาหารเสริมเด็กไม่กินข้าว” อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือก อย่างไรก็ตาม ควรให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มให้ลูกรับประทาน
อายุเด็กที่ระบุบนฉลาก
เด็กแต่ละช่วงวัยต้องการสารอาหารในปริมาณที่ต่างกัน ก่อนซื้อวิตามินเด็กควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับช่วงอายุของลูกหรือไม่ และมีการระบุอายุที่ชัดเจนบนฉลากหรือไม่ เช่น เด็กเล็ก เด็กวัยเรียน หรือเด็กโต เพราะการเลือกวิตามินให้ตรงกับช่วงวัยจะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย
ปริมาณสารอาหารต่อวัน
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรดูคือ ปริมาณสารอาหารต่อวัน (Daily intake) เพราะถึงแม้วิตามินบางชนิดจะมีประโยชน์ แต่หากได้รับมากเกินไปก็อาจไม่เหมาะสม ฉะนั้น การเลือกอาหารเสริมเด็กจึงควรดูว่าปริมาณสารอาหารเหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก และควรรับประทานตามคำแนะนำบนฉลากเสมอ
แหล่งที่มาและมาตรฐาน
ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ก่อนเลือกซื้อวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กหรือวิตามินช่วยเจริญอาหารเด็ก ควรตรวจสอบว่า มีเลข อย. หรือไม่ ผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐานไหม และมีข้อมูลส่วนประกอบชัดเจนหรือเปล่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ปกครองมากขึ้น

ส่วนประกอบในอาหารเสริมเด็กที่ควรพิจารณา
ในการเลือกอาหารเสริมเด็กหรือวิตามินเด็ก หลายคนมักให้ความสำคัญกับแบรนด์หรือรูปแบบผลิตภัณฑ์ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ส่วนประกอบของสารอาหารในผลิตภัณฑ์ และบทบาทของสารอาหารเหล่านั้นต่อร่างกาย การทำความเข้าใจสารอาหารที่พบในอาหารเสริมเด็กจะช่วยให้ผู้ปกครองตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้เหมาะสมกับช่วงวัยและโภชนาการของลูกน้อยมากขึ้น
คาร์โนซีน (Carnosine)
งานวิจัยด้านชีวเคมีพบว่า คาร์โนซีนมีบทบาททางชีวภาพหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือการทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คาร์โนซีนช่วยกำจัดอนุมูลอิสระหรือสารที่อาจทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย เช่น Reactive Oxygen Species (ROS) และ Reactive Nitrogen Species (RNS) ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกายตามธรรมชาติจากกระบวนการเผาผลาญและความเครียดของเซลล์ โดยหากมีในปริมาณมาก อาจส่งผลต่อเซลล์ได้
วิตามินบี 12 (Vitamin B12)
วิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง การได้รับวิตามินบี 12 อย่างเพียงพอจึงมีความสำคัญต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ ความจำ และการตอบสนองของร่างกายในเด็ก ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สมองมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
วิตามินบี 6 (Vitamin B6)
วิตามินบี 6 เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและพบได้ตามธรรมชาติในอาหารหลายชนิด ทั้งยังนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์วิตามินเด็กและอาหารเสริมเด็กหลายประเภท เนื่องจากวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาท และวิตามินบี 6 มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
ดีเอชเอ (DHA)
ดีเอชเอ เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 พบมากในปลา และเป็นองค์ประกอบสำคัญของสมอง ดีเอชเอมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมองในเด็ก ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ ความจำ และการทำงานของระบบประสาทในช่วงวัยเจริญเติบโต
ลูทีน (Lutein)
ลูทีน เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบในผักใบเขียวและอาหารหลายชนิด ลูทีนมีบทบาทต่อการทำงานของดวงตา และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลผ่านการมองเห็น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในเด็ก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการดูแลโภชนาการของเด็กในชีวิตประจำวัน การกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำยังคงสำคัญที่สุดเสมอ แต่ในบางช่วงของวัยเรียนที่ตารางชีวิตแน่น ใช้พลังงานทั้งร่างกายและสมองมากขึ้น พ่อแม่จำนวนไม่น้อยจึงเริ่มมองหาตัวเลือกเสริมที่ดูแลได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถอยู่ในกิจวัตรประจำวันได้จริง
หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ “ซุปไก่สกัด” ผลิตจากการสกัดซุปไก่เข้มข้น มีคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมองปัจจุบันมีให้เลือกหลายสูตร รวมถึงสูตรที่พัฒนามาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ รสชาติดื่มง่าย สามารถเลือกให้เหมาะกับช่วงวัยและความต้องการในแต่ละวัน ดื่มได้ทุกที่ทุกเวลา สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลยวันนี้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารเสริมเด็ก (FAQs)
Q : เด็กไม่กินผักเลย ควรให้วิตามินเด็กแทนได้ไหม ?
A : หากเด็กไม่กินผักหรือเลือกกินอาหารบางอย่าง ผู้ปกครองอาจมองหาอาหารเสริมเด็ก หรือวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็ก เป็นตัวช่วยเสริมโภชนาการได้ในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม วิตามินไม่สามารถทดแทนสารอาหารทั้งหมดจากอาหารจริงได้ การค่อยๆ ฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับผักหรืออาหารหลากหลายชนิดยังคงเป็นวิธีที่สำคัญที่สุดในระยะยาว หากเด็กมีพฤติกรรมกินยากต่อเนื่อง หรือมีภาวะโภชนาการไม่สมดุล ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อประเมินความเหมาะสม
Q : ควรให้วิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กช่วงเวลาไหนของวันดีที่สุด ?
A : โดยทั่วไป วิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กสามารถให้หลังมื้ออาหารได้ เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดี และยังช่วยลดโอกาสเกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ในกรณีของเด็กที่มีปัญหา ผู้ปกครองบางคนอาจเลือกให้วิตามินหลังมื้อที่เด็กกินได้มากที่สุด เช่น มื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับชนิดหรือปริมาณวิตามินที่เหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มให้เด็กรับประทาน
Q : ถ้าเด็กกินอาหารได้น้อยช่วงเปิดเทอม ควรให้วิตามินเพิ่มไหม ?
A : ช่วงเปิดเทอม เด็กหลายคนอาจกินอาหารได้น้อยลงเพราะตารางกิจกรรมที่เปลี่ยนไป ผู้ปกครองบางคนจึงเริ่มมองหาอาหารเสริมเด็ก หรือวิตามินช่วยเจริญอาหารเด็ก มาเป็นตัวช่วยเสริมโภชนาการในช่วงสั้นๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญยังคงเป็นการจัดมื้ออาหารที่หลากหลายและเหมาะกับวัย เช่น เพิ่มเมนูที่เด็กชอบ หรือจัดมื้ออาหารให้มีสีสันและน่ากินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเด็กมีน้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือมีสัญญาณขาดสารอาหาร ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนโภชนาการที่เหมาะสม
ข้อมูลอ้างอิง
- EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies (NDA). (2016). Dietary reference values for vitamin B6. EFSA Journal, 14(6), e04485.
- Hipkiss, A. R. (2009). Carnosine and its possible roles in nutrition and health. Advances in Food and Nutrition Research, 57, 87–154.
- Johnson, E. J. (2014). Role of lutein and zeaxanthin in visual and cognitive function throughout the lifespan. Nutrition Reviews, 72(9), 605–612.
- National Institutes of Health Office of Dietary Supplements. (2022). Omega-3 fatty acids fact sheet for health professionals.
- National Institutes of Health Office of Dietary Supplements. (2022). Vitamin B6 fact sheet for health professionals.
- National Institutes of Health Office of Dietary Supplements. (2022). Vitamin B12 fact sheet for consumers.
- National Institutes of Health Office of Dietary Supplements. (2020). Vitamin B12 fact sheet for health professionals.