ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 02-079-7999
EC Header 1190x90.png
ตะกร้าของฉัน
0

ประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แบรนด์ (1835) จำกัด และ บริษัท เซเรบอส ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด (รวมเรียกว่า “บริษัทฯ”) ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงนโยบายและระเบียบในการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับนี้ (“ประกาศฯ”) เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (“ท่าน”) ได้รับทราบแนวทางในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ก่อนหรือในขณะที่บริษัทฯ ได้ทำการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในการนี้ บริษัทฯ จึงขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจประกาศฯ ฉบับนี้ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบริษัทฯ หากท่านมีข้อกังวล ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศฯ นี้ตลอดจนถึงประกาศและนโยบายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ตามช่องทางการติดต่อที่ปรากฏท้ายประกาศฯ ฉบับนี้

  1. “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎระเบียบ กฎเกณฑ์ ประกาศที่ออกภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจ ทั้งนี้ ยังให้หมายความรวมถึงกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นใดที่ต้องนำมาปรับใช้กับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  2. “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อาทิ ชื่อ-สกุล รายละเอียดสำหรับติดต่อ วันเดือนปีเกิด เป็นต้น แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
  3. “ประมวลผล” หมายถึง เก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล
  4. “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  5. “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  6. “ข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันกับที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลได้ประกาศที่ออกภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  7. “คุกกี้” หมายถึง ไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่ใช้จัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องมือสื่อสาร อาทิ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือ เว็บบราวเซอร์ เป็นต้น
  8. บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่ม หมายถึง
    1. นิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีผู้ถือหุ้นจำนวนตั้งแต่ร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของนิติบุคคลหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นจำนวนตั้งแต่ร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในอีกนิติบุคคลหนึ่ง หรือ
    2. นิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลหนึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ 25 ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลหนึ่ง ถือหุ้นที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ 25 ของทุนทั้งหมดในอีกนิติบุคคลหนึ่ง หรือ
    3. นิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีนิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ 25 ของทุนของอีกนิติบุคคลหนึ่ง หรือ
    4. นิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นในชั้นแรกหรือชั้นต่อๆ ไปเป็นนิติบุคคลเดียวกัน โดยนิติบุคคลนั้นถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 25 ของแต่ละนิติบุคคล หรือ
    5. นิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการเกินกว่าร้อยละ 25 ของนิติบุคคลหนึ่ง เป็นกรรมการหรือเป็นผู้มีอำนาจจัดการเกินกว่าร้อยละ 25 ของอีกนิติบุคคลหนึ่ง
  1. หลักการพื้นฐาน
    • หลักการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย

      บริษัทฯ จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นธรรม โปร่งใส ภายใต้การรับรู้หรือความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายให้อำนาจให้กระทำได้โดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม

    • หลักการระบุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

      บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปเฉพาะตามขอบวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    • หลักการประมวลผลข้อมูลโดยจำกัด\

      บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามอำนาจหน้าที่และวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องไม่ถูกใช้หรือเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบแล้วนั้น เว้นแต่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

    • หลักความถูกต้องแม่นยำ

      บริษัทฯ จะดำเนินการอย่างเหมาะสมในการตรวจสอบความเป็นปัจจุบันของข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะทำการตรวจสอบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทฯ จะพิจารณาลบ ทำลาย หรือ ทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ตามวิธีการที่เหมาะสมต่อการบริหารจัดการข้อมูลนั้น ๆ

    • หลักการจัดรักษาตามระยะเวลาเหมาะสม

      บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยจะพิจารณาถึงความจำเป็นในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นสำคัญ

    • หลักความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

      บริษัทฯ มีมาตรการขั้นพื้นฐานในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

    • หลักความรับผิดชอบ

      บริษัทฯ ได้จัดให้มีหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามหน้าที่และความรับผิดชอบภายใต้กรอบที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการดำเนินการอย่างใดอันเกิดจากการสั่งการหรือกระทำการของผู้ซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทฯ หรือ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทฯ ภายใต้ขอบอำนาจและวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ กำหนดไว้

  2. แนวทางในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทฯ จะดำเนินการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้ง เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ต้องขอความยินยอม ได้แก่

    • ฐานสัญญา: เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
    • ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย: เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    • ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต: เพื่อป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
    • ฐานจดหมายเหตุ/วิจัย/สถิติ: เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการป้องกันเหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    • ฐานภารกิจของรัฐ: เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบหมายให้แก่บริษัทฯ

    โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน เว้นแต่มีความจำเป็นหรือไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในการที่จะต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อนเช่นว่านั้น และหากมีเหตุดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการขอความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้งก่อน หรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อนนั้น เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้อำนาจในการประมวลผลโดยไม่ต้องขอความยินยอม

    ในกรณีที่ท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับการเข้าทำสัญญา การเข้ารับบริการ หรือดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทฯ ย่อมไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวข้างต้นให้แก่ท่านได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอที่จะสามารถนำมาประมวลผลได้อย่างเหมาะสม

  1. บริษัทฯ อาจมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ โดยแยกเป็นประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ดังต่อไปนี้

    ลูกค้า

    บุคคลที่ซื้อสินค้าและ/หรือใช้บริการจากบริษัทฯ หรืออาจจะใช้สินค้าและ/หรือบริการจากบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใด เช่น ผู้เข้าร่วมสัมมนา กิจกรรม หรือร่วมประมูลงาน ผู้ขอรับข้อมูลข่าวสารของบริษัทฯ รวมถึงตัวแทนของลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

    วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จัดเก็บ ฐานการประมวลผล
    เพื่อเข้าทำสัญญาและลงนามในสัญญา การปฏิบัติตามสัญญา รวมถึงการการจัดซื้อจัดจ้าง การชำระเงิน การตรวจสอบ การสอบทาน และการประเมินเพื่ออนุมัติเบิกจ่าย รวมถึง การออกเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเสร็จรับเงิน ชื่อ นามสกุล เพศ ตำแหน่ง เลขและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ศาสนา เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสลูกค้า เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการเข้าทำสัญญา การลงนามในสัญญา การติดตามการดำเนินการตามสัญญา และการชำระเงินตามสัญญา (กรณีลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา)
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในกระบวนการเข้าทำสัญญาและลงนาม/อนุมัติ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ผู้แทน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง (กรณีลูกค้าเป็นนิติบุคคล)
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อเก็บเป็นข้อมูลอ้างอิงและหลักฐานการทดสอบการควบคุมภายใน หรือ อำนวยความสะดวกในการดำเนินงานภายในองค์กร เช่น บันทึกรายการลูกค้า อาชีพ ตำแหน่ง หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขโทรศัพท์หมายเลขโทรศัพท์มือถือ สำเนาบัตรประชาชน ศาสนา/ปรัชญา รูปถ่าย ประวัติการศึกษา ประกาศนียบัตรบัณฑิต/ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เอกสารทางการศึกษาอื่น ๆ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานภายในองค์กร รวมถึงการบริหารและการประเมินความเสี่ยง
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการยื่น/นำส่งเอกสาร การตรวจสอบและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การอาหารและยา (อย.) กรมการกงสุล และสถานทูต กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กองการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจรวมถึงการออกเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานนั้น ๆ ร้องขอ ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลผู้เสียภาษี สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมายนั้น ๆ เป็นต้น
    • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย: เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ ในการดำเนินการทางด้านกฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมายโดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งฐานประโยชน์อันชอบธรรมกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน หรือ กรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ
    เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าการทำธุรกรรมเป็นไปตามนโยบายต่อต้านการติดสินบนและการทุจริต (ABC) และเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบคำร้อง คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขประจำตัวประชาชน เพศ อาชีพ ตำแหน่ง หมายเลขหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประชาชน ศาสนา/ปรัชญา วันเกิด รหัสพนักงาน ที่อยู่ รูปถ่าย เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์แก่การอำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานภายในองค์กร
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากลูกค้าโดยตรงหรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้รับมาจากคู่ค้า/บุคคลที่สามมาใช้เพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการ เพื่อประกอบการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย การมอบของรางวัล โฆษณาและประชาสัมพันธ์ของบริษัท หรือตามวัตถุประสงค์ที่คู่ค้าหรือบุคคลที่สามได้แจ้งไว้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล รายละเอียดการติดต่อ ภาพถ่าย เป็นต้น
    • ฐานความยินยอม
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมแก่คู่ค้า หรือได้รับแจ้งจากคู่ค้าในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อให้บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามที่คู่ค้า/บุคคลที่สามได้แจ้งไว้ ซึ่งเป็นการกระทำภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น
    เพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากลูกค้าหรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้รับมาจากคู่ค้าให้แก่องค์กร หน่วยงาน บริษัท หรือบุคคลที่สาม ซึ่งเข้าร่วมทำสัญญาต่าง ๆ กับบริษัทฯ เช่น การเรียกร้องเอาแก่บริษัทประกัน เป็นต้น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด ลายเซ็น อีเมล เพศ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น
    • ฐานความยินยอม
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมแก่คู่ค้า หรือได้รับแจ้งจากคู่ค้าในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อให้บริษัทได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามที่คู่ค้า/บุคคลที่สามได้แจ้งไว้ ซึ่งเป็นการกระทำภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ
    เพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรม การมอบรางวัล และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมและมอบรางวัลดังกล่าว คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล เลขบัญชีธนาคาร ไลน์ส่วนตัว หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล บัญชีเฟสบุค ภาพถ่าย วิดีโอ ข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการกิจกรรมของบริษัทฯ และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่นำข้อมูลรูปภาพที่ระบุเฉพาะเจาะจงใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือ กรณีที่มีข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อศึกษาวิจัย ประเมินผล ฟังความคิดเห็น การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytic) โดยจะนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการตลาด เว็บไซต์เครือข่ายสังคม (เช่น Facebook, Instagram, Line) เพศ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ข้อมูลทางพันธุกรรม ข้อมูลสุขภาพ ที่อยู่ ประวัติการศึกษา รูปถ่าย วันเกิด ส่วนสูง หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น
    • ฐานความยินยอม
    • ฐานสัญญา: กรณีที่มีการทำสัญญาระหว่างบริษัทฯ และลูกค้า
    เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของค่าใช้จ่าย การชำระเงิน ระหว่างบริษัทฯ และลูกค้า ชื่อ นามสกุล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของลูกค้า เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: กรณีที่ปรากฏในสัญญาที่จัดทำร่วมกันระหว่างบริษัทและลูกค้า
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เนื่องจากเป็นประโยชน์ของบริษัทฯ ในการตรวจสอบความถูกต้องในการรับชำระเงินและเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าในการจัดให้มีหลักฐานการได้รับชำระเงินจากบริษัทฯ
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ลูกค้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและประกอบกิจการอยู่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศดังกล่าวไม่มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและไม่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสาร ข้อมูลติดต่อ อาทิ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อบริหารจัดการด้านลูกค้าสัมพันธ์ การดำเนินต่อข้อร้องเรียน การตรวจสอบการทุจริต การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนและหรือการทุจริต การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การฟ้องร้องดำเนินคดี ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้าหรือปัญหาที่เกี่ยวข้อง
    • ฐานความยินยอม: กรณีข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    • ฐานกฎหมาย: เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย

    คู่ค้า

    บุคคลที่เข้าเสนอราคาเพื่อการซื้อขาย และ/หรือให้บริการแก่บริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น คู่สัญญา ที่ปรึกษา นายหน้า วิทยากร ผู้เข้าร่วมโครงการ รวมถึงตัวแทนของคู่ค้าซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

    วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จัดเก็บ ฐานการประมวลผล
    เพื่อเข้าทำสัญญาและลงนามในสัญญา การปฏิบัติตามสัญญา รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้าง การชำระเงิน การตรวจสอบ การสอบทาน และการประเมินเพื่ออนุมัติเบิกจ่าย รวมถึง การออกเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเสร็จรับเงิน ชื่อ นามสกุล เพศ ตำแหน่ง เลขและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ หมายเลขบัญชีธนาคาร รหัสคู่ค้า เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการเข้าทำสัญญา การลงนามในสัญญา การติดตามการดำเนินการตามสัญญา และการชำระเงินตามสัญญา (กรณีคู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมดา)
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ออกใบสั่งซื้อสินค้า ตรวจสอบ สอบทาน การประเมิน และอนุมัติการเบิกจ่ายโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง (กรณีคู่สัญญาเป็นนิติบุคคล)
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อเก็บเป็นข้อมูลอ้างอิงและหลักฐานการทดสอบการควบคุมภายใน หรือ อำนวยความสะดวกในการดำเนินงานภายในองค์กร เช่น บันทึกรหัสของผู้ขายลงในระบบ SAP ขององค์กร การออกบัตรให้ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ ข้อมูล รปภ. พยาบาล (Outsource) เป็นต้น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล เพศที่อยู่ ตำแหน่ง เลขประจำตัวประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี อาชีพ ตำแหน่ง หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ สำเนาบัตรประชาชน ศาสนา/ปรัชญา รูปถ่าย วันเกิด ประวัติการศึกษา ประกาศนียบัตรบัณฑิต/ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เอกสารทางการศึกษาอื่นๆ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานภายในองค์กรหรือดำเนินงานภายในองค์กร รวมถึงการบริหารและการประเมินความเสี่ยง
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้รับจากคู่ค้า หรือข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้ามาใช้ประกอบการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย การทำ Data analytic โฆษณาและประชาสัมพันธ์ของบริษัท ชื่อ นามสกุล ภาพถ่าย เป็นต้น
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่คู่ค้าแจ้งแก่ลูกค้าถึงการโอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอก แต่ไม่ได้ระบุถึงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: กรณีที่คู่ค้าแจ้งแก่ลูกค้าถึงการโอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอก รวมถึงวัตถุประสงค์ในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
    เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการยื่น/นำส่งเอกสาร การตรวจสอบและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การอาหารและยา (อย.) กรมการ กงสุล และสถานทูต กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กองการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจรวมถึงการออกเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานนั้น ๆ ร้องขอ ข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลผู้เสียภาษี ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ
    • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย: เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ ในการดำเนินการทางด้านกฎหมายและประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งฐานประโยชน์อันชอบธรรมนี้จะใช้ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน หรือ กรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ
    เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าการทำธุรกรรมเป็นไปตามนโยบายต่อต้านการติดสินบนและการทุจริต (ABC) และเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบคำร้อง นำหน้า ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขประจำตัวประชาชน เพศ อาชีพ ตำแหน่ง หมายเลขหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประชาชน ศาสนา/ปรัชญา วันเกิด รหัสพนักงาน ที่อยู่ รูปถ่าย เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์แก่การอำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานภายในองค์กร
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อวิเคราะห์ยอดขายและ แนวโน้มธุรกิจ รวมถึงการวางแนวทางการขาย การกระจายสินค้า และการกำหนดโปรโมชั่น ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและในต่างประเทศ ชื่อและนามสกุลของคู่ค้า หรือผู้ติดต่อของคู่ค้า เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: เนื่องจากเป็นหนึ่งในข้อสัญญาที่จัดทำร่วมกันระหว่างบริษัทและคู่ค้า (กรณีที่คู่ค้าเป็นบุคคลธรรมดา)
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เนื่องจากเป็นประโยชน์ของบริษัทฯ ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณายอดขายและกระจายสินค้า รวมถึงกำหนดโปรโมชั่นผ่านคู่ค้า (กรณีคู่สัญญาเป็นนิติบุคคล)
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่คู่ค้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและประกอบกิจการอยู่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศดังกล่าวไม่มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและไม่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของค่าใช้จ่าย การชำระเงิน ระหว่างบริษัทและคู่ค้า ชื่อและนามสกุลของคู่ค้า หรือผู้ติดต่อของคู่ค้า เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: กรณีที่ปรากฏในสัญญาที่จัดทำร่วมกันระหว่างบริษัทและคู่ค้า
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เนื่องจากเป็นประโยชน์ของบริษัทในการตรวจสอบความถูกต้องของค่าใช้จ่ายและเป็นประโยชน์แก่คู่ค้าในการได้รับชำระเงิน
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่คู่ค้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและประกอบกิจการอยู่ต่างประเทศ ซึ่งประเทศดังกล่าวไม่มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและไม่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อประโยชน์ในการติดต่อและประสานงานในเชิงธุรกิจ หรือ กิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ข้อมูลติดต่อ อาทิ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรม การมอบรางวัล การประเมินผลกิจกรรม การจัดโปรแกรมท่องเที่ยว การจองห้องพักโรงแรม และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่คู่ค้า รวมถึงการจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมและมอบรางวัลดังกล่าว ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ภาพถ่าย วันเกิด วิดีโอ ข้อมูลสุขภาพ ประวัติการแพ้อาหาร แพ้ยา โรคประจำตัว เพศ เลขบัตรประจำตัวประชาชน สัญชาติ สำเนาทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขหนังสือเดินทาง อายุ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการกิจกรรมของบริษัทฯ และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่นำข้อมูลรูปภาพที่ระบุเฉพาะเจาะจงใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือ กรณีที่มีข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อติดต่อประสานงาน รับคำปรึกษาโดย ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษา ทนายความ หรือบุคคลอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งอาจรวมถึงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การฟ้องร้องดำเนินคดี การรับคำปรึกษาทางกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษา ทนายความ อาทิ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารและดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการให้และรับคำปรึกษาระหว่างบริษัทและที่ปรึกษา ทนายความ ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    บุคลากรของบริษัท

    ผู้บริหาร กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน บุคลากร ลูกจ้าง ผู้ฝึกงาน หรือบุคคลใดซึ่งทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ให้กับบริษัทฯ โดยได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ จากบริษัทฯ

    วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จัดเก็บ ฐานการประมวลผล
    เพื่อบริหารงานภายในหน่วยงาน หรือองค์กร ซึ่งรวมไปถึงการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัท การสร้างบัญชีสำหรับการใช้งานระบบของบริษัทเพื่อใช้ปฏิบัติงานต่าง ๆ การบริหารงานระบบ การจัดการฐานข้อมูลของผู้ใช้งาน การจัดทำบัตรพนักงาน การอ้างอิงข้อมูล การติดตามข้อมูล การจัดทำรายงานข้อมูล การอนุมัติภายใน การเพิ่มเลขบัญชีธนาคารของพนักงานเพื่อประโยชน์ในการเบิกจ่าย การทำข้อมูลจ่ายเงินเดือน การตรวจสอบ mutual interest การแจ้งเข้าออกจากประกันภัย ประกันชีวิต หรือ ประกันสังคม การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผ่านระบบของบริษัท คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล เพศ บันทึกการจ้างงาน รหัสพนักงาน วันเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อาชีพ ตำแหน่ง อีเมล เลขบัญชีธนาคาร เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานภายในบริษัท การเก็บข้อมูลอ้างอิง การจัดทำหลักฐานการควบคุมภายใน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ร่วมปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น
    เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการยื่น/นำส่งเอกสาร การตรวจสอบและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์การอาหารและยา (อย.) กรมการ กงสุล และสถานทูต กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กองการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กรมบังคับคดี กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจรวมถึงการออกเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานนั้น ๆ ร้องขอ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล เพศ เลขประจำตัวประชาชน สัญชาติ ทะเบียนรถยนต์ ที่อยู่ รูปถ่าย วันเกิด เอกสารทางการศึกษา ทะเบียนบ้าน อาชีพ ตำแหน่งของกรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ประสานงาน ข้อมูลผู้เสียภาษี ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น ๆ หรือ ตามรายละเอียดที่ปรากฏในคู่มือประชาชน เป็นต้น
    • ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย: เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ของบริษัทในการดำเนินการทางด้านกฎหมายและประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งฐานประโยชน์อันชอบธรรมนี้จะใช้ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน หรือ กรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นการเฉพาะ
    เพื่อจัดกิจกรรม การประสานงานการเข้าร่วมกิจกรรมที่ดำเนินการภายในองค์กร หรือจัดทำขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย AMCHAM เป็นต้น รวมถึงการส่งรายชื่อพนักงานเพื่อเข้าไปตรวจสุขภาพหรือนำชื่อเข้าระบบการฉีดวัคซีนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลสำหรับติดต่อ รูปภาพ หรือข้อมูลที่ร้องขอตามที่ได้ระบุไว้ในแบบฟอร์มการเข้าร่วมกิจกรรมนั้น ๆ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ของบริษัทในการพัฒนาบุคลากรและองค์กร ซึ่งฐานประโยชน์อันชอบธรรมนี้จะใช้ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน หรือกรณีภาพถ่ายที่เจาะจงไปยังบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใด
    • ฐานกฎหมาย: เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้
    เพื่อเข้าทำสัญญาและลงนามในสัญญา การปฏิบัติตามสัญญา รวมถึงการชำระเงิน ชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง เลขบัญชีธนาคาร เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการเข้าทำสัญญา การลงนามในสัญญา การปฏิบัติตามสัญญา และการชำระเงินตามสัญญา
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่อประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ออกใบสั่งซื้อสินค้า ตรวจสอบ สอบทาน การประเมิน และอนุมัติการเบิกจ่ายโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าการทำธุรกรรมเป็นไปตามนโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการติดสินบน นโยบายต่อต้านการติดสินบนและการทุจริต (ABC) และเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบคำร้อง คำนำหน้า ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขประจำตัวประชาชน เพศ อาชีพ ตำแหน่ง หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขบัญชีธนาคาร สำเนาบัตรประชาชน ศาสนา/ปรัชญา วันเกิด รหัสพนักงาน ที่อยู่ รูปถ่าย
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานภายในองค์กร
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อสำรวจความพึงพอใจและข้อคิดเห็นในการปฏิบัติงาน การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล เพศ การบันทึกวิดีโอ หมายเลขโทรศัพท์ อาชีพ อายุ อีเมล ข้อคิดเห็น เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์แก่บริษัทในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงาน
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่มีข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อนหรือเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์
    เพื่อประโยชน์ในการติดต่อประสานงานในเชิงธุรกิจ หรือ กิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อาทิ การต่อสาย โอนสาย การส่งมอบจดหมายหรือพัสดุ การจัดส่งสื่อสำหรับการส่งเสริมการขาย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นอาจเป็นกิจกรรมที่กระทำทั้งภายในและภายนอกบริษัท ข้อมูลติดต่อ อาทิ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้อง
    เพื่อประเมินศักยภาพของพนักงานผ่านหลักเกณฑ์และเครื่องมือที่กำหนดโดยบริษัทฯ รวมถึงการจัดทำรายงานเกี่ยวกับการประเมินศักยภาพของพนักงาน ระยะเวลาในการทำงาน การจ่ายเงินเดือน การให้โบนัส การเบิกจ่ายเงิน คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ข้อมูลผลการปฏิบัติงานของพนักงาน รหัสพนักงาน ตำแหน่ง อีเมล ประสิทธิภาพของพนักงาน บันทึกการจ้างงาน รหัสพนักงาน วันที่เริ่มงาน ผลการประเมินของทีมบริหาร รูปภาพ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของบริษัท
    เพื่อดำเนินการใด ๆ ให้เป็นไปตามสวัสดิการที่บริษัทฯ มอบให้แก่พนักงาน อาทิ สวัสดิการสินเชื่อบ้าน การบริหารจัดการเกี่ยวกับที่จอดรถของพนักงาน การประสานงานเพื่อเรียกร้องเอาแก่บริษัทประกัน การจัดกิจกรรมประจำปีและกิจกรรมอื่น ๆ ของบริษัทฯ การให้บริการตู้ล็อคเกอร์ ชุดทำงาน รถรับส่งพนักงาน การมอบรางวัลให้แก่พนักงาน การตรวจสุขภาพประจำปี การจัดทำสมุดสุขภาพ การบันทึกประวัติการรักษาพยาบาล การให้บริการห้องพยาบาล การฌาปนกิจ สวัสดิการคลอดบุตร การแต่งงาน ทันตกรรม ค่าแว่น การจัดเตรียม Business tools เช่น งานบริการรถเช่าสำหรับพนักงานบริษัทฯ ที่ได้รับสิทธิการใช้ งานบริการบัตรเครดิต เติมน้ำมันฟลีทการ์ด งานบริการโทรศัพท์มือถือ งานบริการบัตรทางด่วนพิเศษ Easy Pass การจัดทำนามบัตร การให้บริการอุปกรณ์ Virtual Meeting กับพนักงาน ซึ่งในการดำเนินการบางประเภทหรือบางกิจกรรม คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ รหัสพนักงาน ภาพถ่าย วันเกิด วิดีโอ ข้อมูลสุขภาพ ประวัติการแพ้อาหาร แพ้ยา โรคประจำตัว เพศ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลสินเชื่อ สัญชาติ สำเนาทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขหนังสือเดินทาง อายุ ข้อมูลคู่สมรสและบุตร ที่อยู่คู่สมรส บุตร และบุพการี ทะเบียนรถยนต์ สำเนาใบขับขี่ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องในการได้รับสวัสดิการ
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่นำข้อมูลรูปภาพที่ระบุเฉพาะเจาะจงใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ หรือ กรณีที่มีข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อสอบสวนคดีประพฤติมิชอบ อาชีพ ตำแหน่ง หมายเลขโทรศัพท์มือถือ รหัสพนักงาน คำนำหน้าชื่อ/ชื่อ/นามสกุลหัวหน้างาน/แผนก เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการปฏิบัติงาน หรือดำเนินงานภายในองค์กร

    ผู้สมัครงาน

    บุคคลที่ได้รับเลือกหรืออาจได้รับเลือกให้เป็นบุคลากรของบริษัทฯ รวมถึงบุคคลที่ถูกอ้างถึงในเอกสารต่าง ๆ โดยบริษัทฯ เป็นผู้เก็บข้อมูลโดยตรงหรือได้รับมาจากบุคคลที่สาม

    วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จัดเก็บ ฐานการประมวลผล
    เพื่อเข้าทำสัญญาและลงนามในสัญญา รวมถึงการปฏิบัติตามสัญญา ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการเข้าทำสัญญา การลงนามในสัญญา รวมถึงการติดตามการดำเนินการตามสัญญา
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาการรับเข้าทำงาน ในตำแหน่งที่ว่าง หรือ การจัดให้มีการจ้างงานเพิ่ม ชื่อ ตำแหน่ง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวสำหรับการประกันภัย ใบอนุญาตขับขี่ ประวัติค่าปรับข้อมูลที่ใช้ในการรับสมัครงานซึ่งปรากฎใน CV หรือเอกสารอื่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับสมัคร เป็นต้น
    • ฐานสัญญา: เพื่อเข้าทำสัญญา
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์แก่บริษัทในการติดต่อผู้สมัครงาน และ พิจารณาข้อมูลที่อื่นเพื่อประกอบการพิจารณา
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่มีข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อนปรากฎอยู่
    การตรวจสอบสิทธิในการเข้าทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุณสมบัติของผู้สมัครเฉพาะงาน ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับสิทธิของท่านที่มีต่อสถานะการทำงาน เลขประจำตัวสำหรับการประกันภัย เลขประกันสังคม เลขหนังสือเดินทาง สัญชาติ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางภาษีอากร และข้อมูลการติดต่อ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ของบริษัทฯ ในการตรวจสอบสถานะก่อนเข้าทำงาน และเป็นการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องและป้องกันมิให้มีการละเมิดต่อกฎหมายสำหรับการจ้างงาน
    การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดระดับของผู้สมัครงาน ข้อมูลการทดสอบและประเมินผลบุคลิกภาพ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ของบริษัทในการประเมินผลผู้สมัครงานอันเป็นที่ยอมรับเป็นการทั่วไปและไม่กระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร ซึ่งฐานประโยชน์อันชอบธรรมกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    • ฐานความยินยอม: กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลละเอียดอ่อน
    ข้อมูลสำหรับการติดต่อ, ข้อมูลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร และ หมายเหตุการสัมภาษณ์งาน เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ของบริษัทฯ ในการก่อตั้งหรือป้องกันสิทธิเรียกร้อง เพื่อทำให้แน่ใจว่าสิทธิของบริษัทฯ ได้รับการปกป้องจากกฎหมาย
    เพื่อตรวจสอบผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ส่วนสูง สวัสดิการ / ผลประโยชน์ของพนักงาน สัญชาติ หมู่เลือด/กลุ่มเลือด อาชีพ ตำแหน่ง เป็นต้น
    • ฐานความยินยอม
    การดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้การรับเข้าทำงานนั้นเกิดโอกาสที่เท่าเทียมกัน (มีการจัดเก็บข้อมูลโดยอาศัยวัตถุประสงค์นี้เป็นครั้งคราว) เพศ หรือ อายุ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เนื่องจากการสร้างความเท่าเทียมกันในการทำงานย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้สมัครเข้าทำงานซึ่งมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ผู้ถือหุ้นหรือผู้ถือหลักทรัพย์

    บุคคลซึ่งมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นหรือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ

    วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จัดเก็บ ฐานการประมวลผล
    เพื่อประโยชน์ในการติดต่อและประสานงาน หรือ กิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น หรือ ผู้ถือหลักทรัพย์ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อบริหารจัดการในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น อาทิ การส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น การบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้น การมอบฉันทะในการประชุมผู้ถือหุ้น และการใช้ หรือ เปิดเผยหลักฐานดังกล่าวให้แก่หน่วยงาน/องค์กร/นิติบุคคลที่ประสงค์ใช้หลักฐานดังกล่าวในการเข้าทำธุรกรรม/นิติกรรม คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล การบันทึกภาพและเสียงผู้เข้าร่วมการประชุม จำนวนหุ้น เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นในการใช้สิทธิตามกฎหมาย และแก่บริษัทฯ ในการบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อใช้ในการเข้าทำธุรกรรม/ นิติกรรม
    • ฐานกฎหมาย: เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมผู้ถือหุ้น

    บุคคลทั่วไป

    บุคคลอื่นใด ซึ่งอาจรวมถึงบุคคลที่กล่าวมาข้างต้นที่บริษัทฯ ต้องจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางตรงโดยบริษัทฯ หรือการเก็บโดยอัตโนมัติ เช่น การใช้คุกกี้ กล้องวงจรปิด หรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ

    วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จัดเก็บ ฐานการประมวลผล
    เพื่อประโยชน์ในการติดต่อและประสานงานในเชิงธุรกิจ หรือ กิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง อาทิ การตรวจคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อ Covid-19 การฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เป็นต้น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เพศ เลขประจำตัวประชาชน วันเกิด หมายเลขโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
    • ฐานความยินยอม
    เพื่อรักษาความปลอดภัย และ/หรือ ควบคุมคุณภาพของการผลิต การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ รวมถึงคัดกรองผู้ที่มีหน้าที่หรือสิทธิในการปฏิบัติงานในบริเวณที่กำหนดไว้ ข้อมูลภาพวิดีโอ เป็นต้น
    • ฐานประโยชน์อันชอบธรรม: เป็นประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมคุณภาพการผลิต การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญมากกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อพิจารณา Consumer sentiment จาก Platform ต่าง ๆ เว็บไซต์เครือข่ายสังคม สื่อออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram, Line เป็นต้น
    • ฐานความยินยอม

  2. นโยบายการใช้คุกกี้

    ด้วยบริษัทฯ มีการให้บริการทางเว็บไซต์ ซึ่งจะจัดเก็บบันทึกข้อมูลคุกกี้ เพื่อวิเคราะห์และติดตามการใช้บริการทางเว็บไซต์ รวมถึง เพื่อการตรวจสอบกิจกรรมย้อนหลังในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน โดยบริษัทฯ จะจัดเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้ตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

    • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Necessary Cookies)

      คุกกี้พื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานเว็บไซต์ เช่น การเข้ารหัสการท่องเว็บไซต์ของท่าน เป็นต้น โดยเว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้หากปราศจากการใช้งานของคุกกี้ประเภทนี้ ดังนั้น เพื่อให้เว็บไซต์ของบริษัทฯ สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม บริษัทฯ จึงอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    • คุกกี้เพื่อความพึงพอใจ (Preference Cookies)

      คุกกี้สำหรับการบันทึกข้อมูลของผู้ใช้งานเพื่อใช้ตอบสนองตามความพึงพอใจและพฤติกรรมของท่าน อาทิ การปรับเปลี่ยนรูปภาพ ตัวอักษร ภาษา หรือ คำแนะนำให้แก่ท่านโดยอัตโนมัติ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยคุกกี้เพื่อความพึงพอใจนั้น บริษัทฯ จะดำเนินการขอความยินยอมสำหรับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเสมอ

    • คุกกี้เพื่อการตลาด (Marketing Cookies)

      เพื่อให้การทำการตลาดและโฆษณาเป็นไปอย่างเหมาะสม บริษัทฯ ได้จัดทำและหรือจัดให้มีคุกกี้ประเภทนี้ขึ้น โดยคุกกี้ประเภทนี้อาจรวมถึงการติดตามพฤติกรรมของท่านด้วย ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยคุกกี้เพื่อการตลาดนั้น บริษัทฯ จะดำเนินการขอความยินยอมสำหรับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเสมอ

    • คุกกี้สถิติ (Statistic Cookies)

      คุกกี้สถิติช่วยให้บริษัทฯ สามารถบันทึกข้อมูลทางสถิติในกิจกรรมที่ท่านได้ดำเนินการบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในการนี้ บริษัทฯ จะขอความยินยอมในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลประเภทนี้เสมอ

    • คุกกี้ที่ยังไม่ได้ระบุประเภท (Unclassified Cookies)

      ในบางกรณี คุกกี้บางชนิดไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคุกกี้ประเภทใด โดยอยู่ในระหว่างการจัดประเภทของคุกกี้ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องขอความยินยอมจากท่านก่อนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทนี้เสมอ

    นอกจากนี้ คุกกี้ยังสามารถถูกแบ่งออกได้เป็นสองประเภท ดังนี้

    • คุกกี้สำหรับบุคคลที่หนึ่ง (First-Party Cookies)

      คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่บริษัทฯ จัดทำขึ้นบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เอง

    • คุกกี้สำหรับบุคคลที่สาม (Third-Party Cookies)

      คุกกี้ประเภทนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นโดยบริษัทฯ เอง แต่ถูกจัดทำขึ้นโดยองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลภายนอกที่บริษัทฯ ได้ใช้บริการอยู่ อาทิ บริษัทฯ อาจจะใช้บริการวิเคราะห์ข้อมูลการเข้าใช้งาน การแสดงภาพและเสียง หรือวีดีโอ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์อาจปรากฎเนื้อหาที่มาจากแหล่งอื่นที่ฝังอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งคุกกี้เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายอำนาจของบริษัทฯ แต่ประการใด

    บริษัทฯ จะประมวลผลคุกกี้เท่าที่มีความจำเป็น ในกรณีที่คุกกี้มีการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะ Session ข้อมูลจะถูกจัดเก็บเฉพาะเวลาผู้ใช้งานได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์และการจัดเก็บข้อมูลจะสิ้นสุดเมื่อท่านทำการปิดบราวเซอร์ โดยคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ถูกจัดเก็บในเครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของท่าน สำหรับคุกกี้ประเภทอื่น ข้อมูลจะถูกจัดเก็บตามระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนดไว้อย่างเหมาะสม แม้ว่าท่านจะได้ทำการปิดบราวเซอร์แล้วหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิที่จะลบคุกกี้เมื่อใดก็ได้

    เนื่องจากบราวเซอร์ส่วนใหญ่จะมีการตั้งค่าให้มีการยอมรับคุกกี้เป็นค่าเริ่มต้น ท่านสามารถลบหรือปฏิเสธการใช้งานคุกกี้ในส่วนของการตั้งค่าบราวเซอร์ที่ใช้งานอยู่ได้ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนการตั้งค่าบราวเซอร์อาจส่งผลให้การใช้งานหรือรูปแบบของหน้าเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลงไป โดยท่านสามารถตั้งค่าคุกกี้ในบราวเซอร์ที่ท่านใช้งานอยู่ ดังนี้

    • Android (Chrome)
    • Apple Safari
    • Blackberry
    • Google Chrome
    • Iphone or Ipad (Chrome)
    • Iphone or Ipad (Safari)
    • Microsoft Edge
    • Microsoft Internet Explorer
    • Mozilla Firefox
    • Opera
  • การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง

    บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลจากท่านโดยตรง อาทิ เก็บข้อมูลของท่านจากใบสมัครงานหรือจากกระบวนการรับสมัครเพื่อเข้าทำงาน โดยดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ในกรณีที่มีความจำเป็น บริษัทฯ จะทำการขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยชัดแจ้งก่อนหรือขณะที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

  • การจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น

    บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากตัวท่านโดยตรง เช่น การสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านระบบเว็บไซต์หรือช่องทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ (LinkedIn, Facebook, Instagram เป็นต้น) การเก็บรวบรวมจากบุคคลอ้างอิงที่ท่านได้แจ้งไว้กับบริษัทฯ หรือจากแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ ในกรณีที่บริษัทฯ ได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ไม่เกินสามสิบ (30) วันนับแต่วันที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น พร้อมทั้งขอความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีการจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่นภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมหรือแจ้งรายละเอียดต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามระยะเวลาอันสมควร เพื่อการปฏิบัติหน้าที่และการให้บริการภายใต้วัตถุประสงค์ที่บริษัทฯได้กำหนดขึ้น โดยระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีความแตกต่างกันตามประเภทของกิจกรรมและบริการ โดยมีระยะเวลาในการจัดเก็บ ดังต่อไปนี้

  • กรณีที่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บไว้โดยเฉพาะ บริษัทฯ จะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามกรอบระยะเวลาดังกล่าว
  • กรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้โดยเฉพาะ บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลของท่านตามความจำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และคำนึงถึงแนวปฏิบัติของบริษัทฯ รวมถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลเช่นว่านั้น
  • ในกรณีการดำเนินการอย่างใด ๆ เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือ การยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย บริษัทฯ อาจทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในระยะเวลายาวนานกว่ากรณีทั่วไป

ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาหรือหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ จะพิจารณาลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่เหมาะสม

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น หากมีเหตุที่บริษัทฯ ได้รับแจ้งหรือเชื่อโดยสุจริตได้ว่าอาจมีการกระทำละเมิดข้อตกลงการใช้บริการของบริษัทฯ มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเกิดข้อพิพาท และจำเป็นต้องมีการสืบสวน สอบสวน ตลอดจนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นจนกว่ากระบวนการนั้นจะเสร็จสิ้น หรือตามที่ระยะเวลาที่กฎหมายในเรื่องนั้นกำหนด

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางและวิธีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล การเข้าถึง การลบ ทำลาย ส่งต่อ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือจากบริษัทฯ ทั้งนี้ เฉพาะผู้ที่มีอำนาจตามที่บริษัทฯ หรือ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้นที่จะมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือเข้าถึงสถานที่ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้

กรณีที่บริษัทฯ ได้ว่าจ้างหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกให้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์และในนามของบริษัทฯ บริษัทฯ จะกำหนดให้หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกดังกล่าว เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงป้องกันมิให้นำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย เพื่อการอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามขอบเขตการว่าจ้าง หรือขัดต่อกฎหมาย

เฉพาะบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่บริษัทฯ หรือ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ที่จะสามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้ทำการเก็บรวบรวมไว้ได้ โดยบริษัทฯ จะทำการกำหนดมาตรการการเข้าถึงและใช้ข้อมูลในแต่ละประเภท สถานการณ์ เหตุการณ์เฉพาะ หรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายหรือละเมิดต่อสิทธิของท่าน

กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะมีผลบังคับใช้ บริษัทฯ มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นตามวัตถุประสงค์เดิมต่อไปได้ โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแต่อย่างใด

ภายใต้วัตถุประสงค์ข้อ 4. บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกภายใต้ความยินยอมของท่าน เว้นแต่การเปิดเผยหรือโอนดังกล่าวจะได้กระทำภายใต้กรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้ให้สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทฯ อาจถูกเปิดเผยหรือโอนระหว่างบริษัทฯ (ตามรายชื่อที่ระบุให้ข้อ 1 ของประกาศฯ ฉบับนี้) รวมถึงการเปิดเผยหรือโอนให้แก่

  • บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่ม ของบริษัทฯ
  • บริษัทใหม่ที่เกิดจากการเข้าควบรวมกิจการหรือกิจการร่วมค้า หรือ บริษัทที่รับโอนกิจการจากบริษัทฯ
  • คู่สัญญา คู่ค้า ผู้ให้บริการ หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ของบริษัทฯ อาทิ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทจัดหางาน เป็นต้น
  • หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
  • ที่ปรึกษาวิชาชีพของบริษัทฯ
  • หน่วยงาน หรือ องค์กรอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรืออาจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ฯ

โดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ จะถูกประมวลผลภายในประเทศไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็น บริษัทฯ จะทำการเปิดเผย โอน หรือ ส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลหรือหน่วยงานตามที่ระบุไว้ในข้อ 9. ซึ่งตั้งอยู่ในต่างประเทศ ทั้งนี้ ภายใต้กรอบที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดไว้และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กล่าวไว้ในประกาศฯ ฉบับนี้ ในกรณีดังกล่าวบริษัทฯ จะทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่านก่อน หรือ ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อยกเว้นที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระบุให้สามารถกระทำได้ โดยไม่ต้องพิจารณามาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศนั้น เช่น การดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือ เพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา เพื่อการทำสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน หรือ เพื่อดำเนินภารกิจอันเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเปิดเผยหรือโอนไปยังต่างประเทศจะดำเนินการภายใต้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม โดยท่านสามารถบังคับตามสิทธิที่ท่านมีอยู่ตามมาตรการนั้นได้ รวมถึงมีสิทธิได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย ซึ่งบริษัทฯ จะดำเนินการดังกล่าวข้างต้นให้เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนระบบและกฎหมายของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การโอนข้อมูลดังกล่าวเพื่อการประมวลผลในบางกรณีอาจเป็นการดำเนินการข้ามประเทศ บริษัทฯ จะมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าการโอนข้อมูลจะเป็นไปโดยปลอดภัย และผู้รับโอนที่อยู่ต่างประเทศมีมาตรการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด หรือขอความยินยอมท่านกรณีเป็นประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ รวมทั้งมีการจัดทำสัญญากับบุคคลที่สามที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการโอนข้อมูล จัดเก็บหรือประมวลผล เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่บริษัทฯ กำหนด

ท่านมีสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

  • สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to withdraw consent)

    ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ การใช้สิทธิเพิกถอนความยินยอมอาจส่งผลต่อการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากการเพิกถอนความยินยอมได้ อย่างไรก็ดี การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งท่านได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

  • สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล (Right to access)

    ท่านมีสิทธิในการเข้าถึง การรับสำเนา หรือ การให้บริษัทฯ ทำการเปิดเผยการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งอยู่ในความควบคุมของบริษัทฯ

  • สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to restriction)

    ท่านสามารถแจ้งให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ กรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบการใช้สิทธิคัดค้านของท่าน หรือ กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต้องถูกลบหรือทำลายเนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือ กรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ แต่ท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาเพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม การใช้สิทธิ หรือ การยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

  • สิทธิในการขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล (Right to data portability)

    ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความควบคุมของบริษัทฯ โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านร้องขอจะต้องเป็นข้อมูลที่สามารถอ่าน หรือ ใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ซึ่งมีลักษณะการทำงานโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ท่านสามารถร้องขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น หรือ อาจร้องขอให้บริษัทฯ รับโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากผู้ควบคุมส่วนบุคคลอื่น ทั้งนี้ การดำเนินการเช่นว่านั้นจะต้องสามารถกระทำได้ในทางเทคนิค

  • สิทธิในการคัดค้านข้อมูลส่วนบุคคล (Right to object)

    ท่านสามารถคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความควบคุมของบริษัทฯ ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่ประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือ เป็นกรณีที่บริษัทฯ อาศัยฐานภารกิจของรัฐ ฐานประโยชน์อันชอบธรรม หรือฐานจดหมายเหตุ/ วิจัย/ สถิติ

  • สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to be forgotten)

    หากท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกจัดเก็บโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือ หมดความจำเป็นในการประมวลผลตามที่ได้กำหนดตามวัตถุประสงค์ หรือ ท่านได้เพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลและบริษัทฯ ไม่มีอำนาจในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอีกต่อไป หรือ ท่านได้ทำการคัดค้านการประมวลผลในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกจัดเก็บเพื่อทำการตลาดแบบตรงหรืออาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรมหรือภารกิจของรัฐ ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ทำการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้

  • สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล (Right to rectify)

    ในกรณีที่ท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่สมบูรณ์ หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความควบคุมของเราได้

  • สิทธิในการร้องเรียน (Right to lodge a complaint)

    หากท่านเห็นว่าบริษัทฯ ได้ทำการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ทันที

ทั้งนี้ หากท่านประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าว หรือมีข้อสงสัยหรือข้อกังวลเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตามข้อ 14. ของประกาศฯ ฉบับนี้ อย่างไรก็ดี ในบางกรณีบริษัทฯ อาจปฏิเสธการใช้สิทธิข้างต้นได้ หากมีเหตุตามกฎหมาย หรือเป็นการดำเนินการใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์หรือเป็นกรณีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น

บริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการและการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าบริษัทฯ จะทำการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้มีความปลอดภัยจากการถูกทำลาย การสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลงหรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ โดยมีการกำหนดมาตรการและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะพนักงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบหรือมีความจำเป็นในการเข้าถึงและป้องกันไม่ให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิ รวมไปถึงการจัดให้มีการทบทวนมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดให้มีขั้นตอนการดำเนินการหากมีการกระทำละเมิดของข้อมูลส่วนบุคคลหรือเกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

เนื่องจากเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไม่อาจกำหนดความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จะทำการพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน และภายใต้ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ หากท่านได้ดำเนินการส่งผ่านข้อมูลผ่านเครือข่ายสาธารณะ หรือเครือข่ายส่วนตัวที่ติดมัลแวร์ที่อาจทำให้ข้อมูลเกิดรั่วไหลได้

บริษัทฯ อาจทำการปรับปรุงแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงการปรับปรุงแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พร้อมกับเผยแพร่ประกาศฯ ฉบับปรับปรุงผ่านช่องทางที่เหมาะสม

หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น ข้อติชม การใช้สิทธิตามกฎหมาย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดในประกาศฯ นี้ ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) ของบริษัทฯ ได้ ดังต่อไปนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) ของบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แบรนด์ (1835) จำกัด และ บริษัท เซเรบอส ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด

สถานที่ติดต่อ: 140/1 อาคารเคี่ยนหงวน 2 ชั้น 15 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หมายเลขโทรศัพท์: (+66) 2-079-7999

อีเมล: privacy_th@suntory.com

ประกาศใช้เมื่อ 24 พฤษภาคม 2565

เพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุด กรุณาใช้ Internet Explorer 11 หรือเวอร์ชั่นที่สูงกว่า หรือเบราเซอร์อื่น ๆ